OPPO F11 PRO เต็มตาด้วยจอไร้ขอบ

OPPO F11 PRO เต็มตาด้วยจอไร้ขอบ สมาร์ทโฟน Portrait สวยทุกสภาพแสง พร้อมฟีเจอร์สดใหม่ บนดีไซน์สวยเฉียบ ด้วยกล้องหลังคู่ AI 48MP ผสานกล้องหน้า Rising Camera แบบสไลด์, จอ Panoramic Screen ไร้ขอบไร้รอยบาก 6.5 นิ้ว, แบตเตอรี่ VOOC Flash Charge 3.0 4000 mAh, ชิปเซ็ต Helio P70 และ RAM 6GB บนตัวเครื่อง 3D Triple Color Gradient ไล่เฉดสีสุดเงางาม ในราคากำลังดีที่ 10,990 บาท

ล่าสุดก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ว สำหรับ OPPO F11 Pro รุ่นต่อยอดจากตระกูล F-Series ของค่าย OPPO ที่มาพร้อมกับการยกเครื่องดีไซน์ใหม่หมดทั้งภายใน และภายนอก ด้วยหน้าจอไร้ขอบ ไร้รอยบากในชื่อ Panoramic Screen ขนาดใหญ่เต็มตา 6.5 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 ความคมชัดระดับ Full HD+ โดยมีพื้นที่การแสดงผลคิดเป็น 90.9% บนตัวเครื่องเงางามแบบ 3D พร้อมการไล่เฉดแบบ Triple Gradient Color สีใหม่อย่าง Thunder Black และ Aurora Green และใช้งานกล้องหน้า Rising Camera แบบใหม่ที่สามารถสไลด์ ขึ้น-ลง ได้อย่างอัตโนมัติเมื่อมีการเรียกใช้งาน ทั้งการถ่ายเซลฟี่ และสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อกหน้าจอ (Face Unlock)

ภายในตัวเครื่อง OPPO F11 Pro ปรับเปลี่ยนจากเดิมด้วย ColorOS 6.0 เวอร์ชันล่าสุด ที่อยู่บนพื้นฐานของระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie กับการปรับดีไซน์ไอคอน และหน้าตา User Interface แบบใหม่หมดจด ซึ่งขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต MediaTek Helio P70 แบบ 8-แกนประมวลผล (Octa-Core) ที่มีความเร็ว 2.1 GHz พร้อมรองรับหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G72 MP3 และเทคโนโลยี Hyper Boost ที่ช่วยเร่งประสิทธิภาพของการทำงานโดยรวม ทั้งในส่วนของแอปพลิเคชัน, ระบบ และเกม ให้ดีขึ้นราว 30% นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ตัวจริงอย่าง Game Assistant และ Game Space ด้วยเช่นกัน

สำหรับหน่วยความจำแรม (RAM) ให้มาที่ 6GB บวกกับความจุภายในตัวเครื่อง 64GB ที่สามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ได้อีก 256GB จึงสามารถเก็บไฟล์ข้อมูล, ไฟล์ภาพถ่าย, แอปพลิเคชัน และเกมได้เพียงพอต่อการใช้งานในระดับพื้นฐาน รวมถึงมีแบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จไวแบบ VOOC Flash Charge 3.0 ที่ชาร์จได้ไวกว่าเวอร์ชันก่อนถึง 20% โดยแบตเตอรี่ได้เต็ม 100% ภายในเวลา 80 นาที พร้อมรองรับความปลอดภัยถึง 5 ขั้น เพื่อเสริมมั่นใจให้กับผู้ใช้ เรียกได้ว่าสามารถใช้งานได้ยาวนาน และไม่ต้องรอการชาร์จแบตเตอรี่นานๆ เหมือนกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น

OPPO F11 Pro ยังชูโรงในด้านการถ่ายภาพ Portrait ในที่แสงน้อย ด้วยกล้องตัวหลักที่ด้านหลังแบบคู่ (Dual Camera) ความละเอียดสูงถึง 48 + 5 ล้านพิกเซล โดยมีเซ็นเซอร์ขนาด 1/2.25 นิ้ว ขนาดรูรับแสงกว้างสุดที่ F/1.79 ซึ่งรองรับฟังก์ชัน AI Scene Recognition ในการตรวจจับซีนในแต่ละภาพ เพื่อนำไปปรับแต่งให้เหมาะสมจากทั้งหมด 23 หมวดหมู่ และรองรับฟีเจอร์ Ultra Night Mode ที่เหมือนกับ OPPO R17 Pro

ทางด้านกล้องหน้าสำหรับเซลฟี่ของ OPPO F11 Pro เป็นแบบ Rising Camera ที่สามารถสไลด์ ขึ้น-ลง ได้เองโดยอัตโนมัติเมื่อมีการเรียกใช้ กับความคมชัดระดับ 16 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงกว้างสุดที่ F/2.0 และรองรับเทคโนโลยี Beautification 2.1 ที่สามารถปรับโครงหน้าได้อย่างอิสระ ซึ่งตัวกล้องจะมีกลไลป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น โดยหากกล้องหน้าไม่มีการใช้งานเป็นระยะเวลาหนึ่ง หรือในกรณีที่เราเปิดกล้องหน้าค้างไว้ แต่ทำเครื่องตก ระบบก็จะทำการเลื่อนเก็บไว้ให้แบบอัตโนมัติ และทาง OPPO เคลมไว้ว่ากล้องหน้า Rising Camera สามารถใช้งานได้นานถึง 6 ปี หากเปิดใช้งานวันละ 100 ครั้ง นอกจากนี้ยังรองรับการปลดล็อกหน้าจอด้วยใบหน้า (Face Unlock) ที่ทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง (Fingerprint Unlock) อีกด้วย

จากข้อมูลในข้างต้นก็กล่าวได้ว่า OPPO F11 Pro มีจุดเด่นที่น่าสนใจในหลายด้านเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์ตัวเครื่องสุดพรีเมียม หรือฟีเจอร์ที่จัดมาให้แบบครบครัน และระบบการถ่ายภาพที่ดีกว่าเดิม กับราคาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยที่ 10,990 บาท ที่เท่ากับราคาเปิดตัวของ OPPO F9 รุ่นก่อน